ประวัติสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯ

ประวัติความเป็นมาของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯ

และการต่อสู้ของคนงานรถไฟ

Download ประวัติความเป็นมาของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯ

             พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้มีการสร้างรถไฟหลวง (เพื่อประชาชน) ใน พ.. 2435 และทรงตั้งกรมรถไฟขึ้น สังกัดกระทรวงโยธาธิการ เมื่อเดือนตุลาคม 2433 และพระองค์ทรงแซะดินพระฤกษ์ด้วยพระองค์เอง กรรมกรทำทางรถไฟส่วนใหญ่ซึ่งเป็นชาวจีน ได้ลงมือขุดดินทำทางรถไฟต่อไป และจากบันทึกของ นายวิลเลี่ยม จี สคินเนอร์ ในปี 2434 ว่า “ผลดีที่สุดในการสร้างทางรถไฟนั้น น่าจะเป็นการส่งเสริมให้คนไทยเป็นกรรมกร” (วันที่ 26 มีนาคม 2439) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการรถไฟ เพราะเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เสด็จเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพถึงอยุธยา ถือเป็นทางรถไฟสายแรกของประเทศ แต่เดิมรถไฟแบ่งเป็น 2 กรม คือ กรมรถไฟเหนือและกรมรถไฟใต้ ต่อมาได้รวมเป็นกรมเดียวกัน โดยทรงแต่งตั้งนายพลเอกพระบรมวงค์เธอกรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน เป็นผู้บัญชาการรถไฟคนไทยพะองค์แรก นี่คือพระปรีชาสามารถและชาญฉลาดของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงเปลี่ยนอำนาจจากชาวต่างประเทศในการบริหารกรมรถไฟเป็นคนไทยพระองค์แรก กรมรถไฟสร้างโรงงานมักกะสัน เมื่อ พ.. 2450 เปิดดำเนินการครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2453 เป็นโรงงานซ่อมด้านกิจการฝ่ายการช่างกล มีกรรมกรส่วนใหญ่จะเป็นกรรมกรชาวจีน ได้รับค่าจ้างวันละ 1 บาท ในปี พ..2475 เพิ่มเป็นวันละ 10 – 12 บาท และ ปี พ.. 2490-2493 ค่าจ้างเพิ่มเป็นวันละ 17 – 20 บาท

          กรรมกรรถไฟมักกะสันได้สร้างประวัติศาสตร์ โดยบทบาทแรกของขบวนกรรมกรรถไฟ ซึ่งได้เริ่มรวมตัวกันตั้งแต่ปี 2459 การเคลื่อนไหวกรรมกรมักกะสันเริ่มครั้งแรกเมื่อวันที่ 8 – 9 กุมภาพันธ์ 2459 เกี่ยวกับการเจาะอุโมงค์ขุนตาลทางภาคเหนือ ที่ต้องใช้เวลานานถึง 11 ปี มีกรรมกรเสียชีวิตเพราะการทำงาน 11 คน ภายใต้การควบคุมงานของนายเกเมอร์เลอร์ชาวเยอรมัน ที่ใช้กรรมกรทำงานอย่างหนัก จึงเกิดโต้เถียงกันและมีกรรมกรคนหนึ่งถูกไล่ออก เป็นเหตุให้มีการนัดหยุดงานร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม จนได้กลับเข้ามาทำงานตามเดิม ซึ่งถือเป็นชัยชนะครั้งแรก และตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อพิจารณาพระราชบัญญัติโรงงานที่ใช้กับทุกโรงงานในประเทศไทย โดยสรุปก่อน พ.. 2475 รัฐบาลไม่ได้สนใจและให้คามสำคัญต่อกรรมกรเพียงแต่คอยควบคุมสอดส่องมิให้กรรมกรรวมตัวกัน หากรวมตัวกันก็จะถือว่าเป็นคอมมิวนิสต์ทันที กรรมกรรถไฟยุคนั้นถูกกดขี่ขูดรีดอย่างหนัก และตั้งแต่ปี 2439 ถึง พ.. 2475 การรถไฟมีกำไรมาโดยตลอด สภาพการกดขี่ดังกล่าวทำให้กรรมกรรถไฟได้รวมตัวกันต่อสู้ในเวลาต่อมาอย่างต่อเนื่อง การต่อสู้เพื่อสิทธิและความยุติธรรมของคนงานรถไฟจึงซึมซับกลายเป็นวัฒนธรรมของกรรมกรไฟมาจนกระทั่งทุกวันนี้

            การเคลื่อนไหวของกรรมกรรถไฟ หลัง พ.. 2475 ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยการนำของ ดร.ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าคณะราษฎร ได้ประกาศหลัก 6 ประการ

          1. จะต้องรักษา ความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่น เอกราชทางการเมือง ทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้

          2. จะต้องรักษาความปลอดภัยในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันให้ลดน้อยลงให้มาก

         3. ต้องบำรุงรักษาความสุขสมบูรณ์ ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนมีงานทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ประชาชนอดอยาก

          4. จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิยิ่งกว่าเดิม เช่น ที่อยู่อาศัย

          5. จะต้องให้ราษฎรมีเสรีภาพและไม่ขัดข้องต่อหลัก 4 ประการข้างต้น

           6. จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร และในการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งนี้ได้ มีกรรมกรรถไฟเข้าร่วมกับคณะราษฎรมีผู้นำสำคัญ 2 คน ได้แก่ นายไฮ้ ศุภระมงคล และนายแสวง เย็นสมุทร และในวันที่ 19 มกราคม 2476 ผู้นำทั้ง 2 คน ได้รวมกรรมกรรถไฟมาร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี คือ พันเอกพระยาพหลพลยุหเสนาเพื่อขอทราบเหตุผล จากกรณีที่ รัฐบาลได้อนุมัติเงินงบประมาณ จำนวน 2000 บาท เพื่อให้กรมรถไฟหลวงขึ้นค่าจ้างให้กรรมกรรถไฟ แต่ทำไมกรรมกรรถไฟจึงยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว และนายกฯได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตั้งแต่เดือนมกราคม 2476 ถึงเดือนเมษายน 2477 ก็ไม่มีผลคืบหน้า รัฐบาลเตะถ่วง ทำให้นายไฮ้ ศุภระมงคล นายแสวง เย็นสุนทร นายประชาติ สุทธิสว่าง นายเอก คุมปนนท์ นายกลึง วัฒนาวิทยากาญน์ นำกรรมกรรถไฟ 2,000 คน เข้ายึดรถไฟหัวลำโพง ทำให้การรถไฟทั้งประเทศหยุดชะงักลง โดยมีเหตุผลว่า “ผู้บัญชากรมรถไฟหลวงไม่มีความยุติธรรม ได้สร้างความเจริญให้ประเทศชาติแล้วยังกดขี่ข่มเหงผู้น้อย ฉะนั้นกรรมกรรถไฟจึงพร้อมใจกันปิดการเดินรถชั่วคราวจนกว่าจะได้รับชัยชนะ มีผลให้กรรมกรรถไฟได้ค่าจ้างเพิ่ม จากวันละ 50 สตางค์ เป็นวันละ 1 บาท และมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารกรมรถไฟด้วย

          นับตั้งแต่ปี 2477 ถึง 2487 เป็นยุคมืดทางการเมือง ช่วงนี้กรรมกรรถไฟถูกแบ่งแยก ทำลาย จึงไม่สามารถเคลื่อนไหวสำคัญ ๆ ได้ และมาเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2489 วัตถุประสงค์ก็เพื่อเรียกร้องสวัสดิการต่าง ๆ ให้กรรมกรรถไฟ ในที่สุดสามารถตกลงกันได้ และเป็นครั้งแรกของกรรมกรรถไฟที่มีผู้แทนกรรมกรรถไฟเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการสวัสดิการกับผู้บริหารกรมรถไฟในการพิจารณาสวัสดิการต่าง ๆ ให้กับกรรมกรรถไฟ และในวันที่ 8 มิถุนายน 2489 ในสมัยรัฐบุรุษ ปรีดี พนมยงค์ กรรมกรรถไฟก็ได้ก่อตั้งสมาคมขึ้น ผู้ก่อตั้งประกอบด้วย นายวิศิษฐ์ ศรีภัทรา นายวีระ ถนอมเลี้ยง นายสมศักดิ์ กลิ่นคล้ายจันทร์ นายจิต เงินอยู่ นายยัง ชูโต นายเชื้อ คำนิจทรัพย์ สำนักงานตั้งอยู่หน้าโรงงานมักกะสัน และสัญลักษณ์ของสมาคมคือ ธงสีแดง มีวงกลมสีขาวอยู่ตรงกลาง ภายในวงกลมมีรูปฟันเฟืองมีค้อนไขว้กับอีเตอร์ มีกรรมการ 15 คน นายกสมาคมคนแรก คือ นายวิศิษฐ์ ศรีภัทรา สมาชิกเสียค่าบำรุงเดือนละ 2 บาท สมาคมได้รับการสนับสนุนจาก “องค์การสหชีวกรรมกรแห่งประเทศไทย และสมาคมรถไฟเป็นสมาชิกขององค์กรสหชีวกรรมกร” ซึ่งมีความสัมพันธ์กับคณะราษฎร์ที่อาจารย์ปรีดี พนมพยงค์ ให้การสนับสนุนอยู่ด้วยการเคลื่อนไหวกรรมกรรถไฟ 2491 – 2501

            ใน พ.. 2492 องค์กรสหชีวะกรรมกรแห่งประเทศไทย ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์สหบาลกรรมกรโลก Federation the world trade union : WFTU องค์การนี้ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2548 สำนักงานใหญ่อยู่ที่ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส ต่อมาวันที่ 1 กรกฎาคม 2434 กรมรถไฟจากเคยเป็นส่วนงานราชการได้เปลี่ยนมาเป็นรัฐวิสาหกิจ คือ “การรถไฟแห่งประเทศไทย” ตาม พ...การรถไฟ พ.. 2494 โดยมีพลเอกจรูญ รัตนกูล เสรีเชิงฤทธิ์ เป็นผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยคนแรก กรรมกรรถไฟโดยการนำของ นายอรุณ เอมเปรมศิล นายประกอบ โตลักษณ์ล้ำ นายจิระ ถนอมเลี้ยง นายจรูญ ละสา นายพล เพิ่มพาณิชย์ นายเสริม กลิ่นหอม นายชิด ศิลาจันทร์ นายสุนทร ฟองสิน นายนิมิต มุติทัย ขอขึ้นค่าจ้างสวัสดิการต่าง ๆ เช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าเครื่องแบบ ให้พนักงานรถจักร ใบเบิกทาง ทำให้มีนัดหยุดงาน และรัฐบาลยอมตามความข้อเรียกร้อง โดยนายจรูญ ละสา เป็นผู้นำเจรจาให้รัฐบาลจ่ายเงินบำเหน็จหรือบำนาญให้กรรมกรรถไฟ ที่ทำงานสวัสดิการต่าง ๆ ตามข้อเรียกร้องแล้วก็ตาม แต่ผู้บริหารรถไฟก็ไม่จ่ายทำให้ล่าช้า กรรมกรรถไฟฯ ก็นัดหยุดงานครั้งใหญ่ในวันที่ 21 มีนาคม 2495 ทำให้ผู้นำดังกล่าวถูกจับในข้อหาร้ายแรง คือ “กบฏภายในราชอาณาจักร” แต่ผลการตัดสินของศาล กรรมกรรถไฟหยุดประท้วงอีก ทั้งหมด 7 คน ถูกคุมขังอยู่ 43 คน แล้วชนะก็ได้กลับเข้ามาทำงานตามปกติทุกคน เพราะความสามัคคีของกรรมกรรถไฟในการต่อสู้อย่างทรหดครั้งนั้นเรียกกว่า “กบฏมักกะสัน” และกรรมกรรถไฟถูกตั้งข้อหาว่า เป็นคอมมิวนิสต์ ผู้ถูกจับกุมขณะนั้นคือ นายจรูญ ละสา นายสุวิทย์ เนียมสา นายประกอบ โตลักษณ์ล้ำ นายชัด ศิลาจันทร์ นายพล เพิ่มพาณิชย์ นายนิมิต มติทัย

           ต่อมารัฐบาล ตาม พ...แรงงานฯ พุทธศักราช 2499 ให้สิทธิ์กรรมกรจัดตั้งสหภาพแรงงาน ทำให้กรรมกรรถไฟจัดตั้งสหภาพแรงงาน ผู้ปฏิบัติงานรถไฟแห่งประเทศไทย ส่วนกรรมกรระดับล่างที่โรงงานมักกะสัน ก็จัดตั้ง “สหภาพแรงงานลูกจ้างมักกะสัน” ทำให้กรรมกรรถไฟแยกออกเป็น 2 พวก ต่อมาวันที่ 20 พฤษภาคม 2504 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำการรัฐประหารยกเลิก พ...แรงงาน พ.. 2499 โดยกล่าวหาว่าสหภาพแรงงานเป็นที่ซ่องสุมของคอมมิวนิสต์ ทำให้สหภาพแรงงานทั้งหมดถูกยุบไปทันที เมื่อเกิดกบฎ “แมนฮัตตัน” วันที่ 29 มิถุนายน 2494 มีกรรมกรรถไฟฯ ถูกกล่าวหาจากจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ว่าเป็นพวกคอมมิวนิสต์ ที่มีอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ และคณะเสรีไทยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง เรียกร้องสิทธิต่างๆ ให้คนรถไฟฯ มาหลายครั้ง รวมทั้งให้สร้างโรงพยาบาลการรถไฟด้วย การกล่าวหาดังกล่าวก็ไม่มีเหตุผลใด ๆ บุคคลที่ถูกไล่ออก มี นายสุพจน์ ท่องสินธ์ นายนิมิต มุติทัย นายสุวิทย์ เนียมสา นายเสริม หลากกลิ่นหอม นายวีระ ถนอมเลี้ยง นายประกอบ โตลักษณ์ล้ำ

ยุคมืด ขบวนแรงงานยุคเผด็จการครองเมือง 2500 – 2515

          ในช่วงดังกล่าว มีกรรมกรรถไฟถูกจับกุมคุมขังนับสิบคน และบางคนหนีเข้าเขตป่าเขา เข้าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์และถูกปราบปราม ต่อมาเพื่อปี 2515 กรรมกรรถไฟ ก็ได้เคลื่อนไหวกันอีกครั้งสมัยรัฐบาลถนอม ประภาส จึงได้มีการประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 103 ทำให้กรรมกรรถไฟได้จัดตั้ง สมาคมลูกจ้างรถไฟฯ ขึ้นมาอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม 2515 และได้มีการเคลื่อนไหวให้กรรมกรรถไฟเข้าร่วมเป็นสมาชิกกันอย่างกว้างขวาง และจากสถานการณ์การเคลื่อนไหวนี้ การต่อต้านเผด็จการก็เริ่มมีบรรยากาศคึกคักขึ้นในหมู่นักศึกษา และกรรมการรถไฟในขณะนั้นหลัง 14 .. 2516 ถึง 6 .. 2519

การเคลื่อนไหวในระหว่าง 14 ตุลาคม 2516 – 6 ตุลาคม 2519

          ในปี 2515 ก่อนเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ขบวนการประชาชนที่ถูกเผด็จการกดขี่มายาวนานและขบวนแรงงานไทยได้เคลื่อนไหว ต่อต้านรัฐบาลเผด็จการจอมพลถนอม ประภาส ประกอบกับกระแสแรงงานสากล ทำให้รัฐบาลได้ออกประกาศ คณะปฏิวัติฉบับที่ 103 เมื่อเดือนเมษายน 2515 ให้คนงานสามารถมีสมาคมลูกจ้างได้ คนงานรถไฟฯ ที่มักกะสันได้จัดตั้งสมาคมลูกจ้างการรถไฟฯ และต่อมาคนขับรถไฟและช่างเครื่องได้ตั้งเป็นสมาคมรถจักรการรถไฟ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ก็ได้มีการเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิอันพึงมีพึงได้ของคนงานรถไฟ และในปี 2517 ได้มีการหยุดงานของพนักงานรถจักรประมาณ 6 ชม. เพื่อเรียกร้องเกี่ยวกับวันเวลาและสวัสดิการในการทำงาน ก็สามารถตกลงกันได้ ต่อมาในปี พ.. 2518 กรรมกรได้เคลื่อนไหวเรียกร้องให้มี พ...แรงงานสัมพันธ์ทำให้รัฐบาลได้ตรา พ...แรงงานสัมพันธ์ พ.. 2518 คนงานรถไฟจึงได้รวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานขึ้น 2 สหภาพฯ คือ สหภาพแรงงานรถไฟฯ กับสหภาพแรงงานรถจักรแห่งประเทศไทย ในช่วงหลังเหตุการณ์สังหารหมู่นักศึกษาและกรรมกรส่วนหนึ่ง พร้อมกับประชาชนที่ชุมนุมต่อต้านเผด็จการในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ผู้นำกรรมกรที่ถูกจับกุมขัง คือ อารมณ์ พงศ์พงัน สหภาพแรงงานรถไฟที่มีที่ทำการอยู่หน้าโรงงานมักกะสัน (ขณะนี้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย) ก็ถูกสมุนเผด็จการบุกใช้ขวานจามทำลายข้าวของเสียหาย ผู้นำสหภาพแรงงานขณะนั้น คุณสวัสดิ์ ลูกโดด ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการจับกุมนายอารมณ์ พงศ์พงัน ก็ถูกปลอดออกจากประธานสหภาพแรงงานข้อหาทำผิดวัตถุประสงค์ของสหภาพแรงงาน

         และต่อมาเกิดความแตกแยกความคิดของผู้นำในรถไฟ ประกอบกับทัศนะคติที่คับแคบของผู้นำ รวมทั้งถูกแทรกแซงจากฝ่ายอำนาจรัฐ ทำให้มีการจัดตั้งสหภาพแรงงานถึง 9 สหภาพแรงงาน ทำให้ขบวนการแรงงานรถไฟอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก สำหรับสหภาพแรงงานรถจักร โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข มีความคิดเพื่อรวมคนงานรถไฟ ได้แก่ สหภาพแรงงานการรถไฟ สหภาพแรงงานผู้ปฏิบัติงานรถไฟ สหภาพแรงงานฝ่ายการเดินรถ สหภาพแรงงานลูกจ้าง สหภาพแรงงานพนักงานรถไฟ สหภาพแรงงานผู้บัญชาการงานรถไฟ สหภาพรถจักร สหภาพขนส่งรถไฟให้เป็นเอกภาพ ประกอบกับทางภาคใต้ คนงานเรียกร้องอยากเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานรถจักรด้วย จึงได้เสนอให้แก้ไขชื่อ จากสหภาพแรงงานรถจักรเป็นสหภาพแรงงานผู้ปฏิบัติงานรถไฟแห่งประเทศไทย การมีหลายสหภาพแรงงานมีปัญหามาก ทำให้เกิดความแตกแยก แต่บางครั้งก็ร่วมมือกัน โดยเฉพาะจากการนัดหยุดงานในเดือนมิถุนายน 2531 เรื่องให้การรถไฟปฏิบัติตามคำชี้ขาด ขออนุญาโตตุลาการ เมื่อมี 2527 การต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และเรียกร้องการรถไฟฯ ยกเลิกให้บริษัทของนายทุนที่เช่ารถไฟกินหัวคิว 6 ขบวน โดย นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายทวี ประไพ แกนนำในการเจรจาครั้งนั้น และในบันทึกข้อตกลงที่เจรจากันที่กรมตำรวจ โดยมีพลตำรวจเอก เภา สารสิน เป็นอธิบดีกรมตำรวจ คือ การให้ยกเลิกขบวนรถของเอกชน การปรับเงินเดือนให้พนักงาน และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ได้เพิ่มข้อเรียกร้องให้การรถไฟตกลงให้ จัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์และหักเงินทุกประเภทโดยไม่หักค่าใช้จ่ายให้สหกรณ์ของสหภาพฯด้วย นี่คือจุดกำเนิดสหกรณ์ออมทรัพย์สหภาพแรงงานรถไฟ และเจริญก้าวหน้ามาจนบัดนี้ และถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของคนรถไฟ และเป็นการนัดหยุดงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคนงานรถไฟทั่วประเทศโดยมี 6 สหภาพแรงงานร่วมมือกัน

          ต่อมาได้มีการเคลื่อนไหวต่อต้านการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และหลังการต่อสู้ ก็ได้มีการปรับเงินเดือนของกลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหลายครั้ง และเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 มีเผด็จการทหารกลุ่มหนึ่งอ้างว่าเป็นคณะรักษาความสงบเรียกร้อยแห่งชาติ (รสช.) ได้เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัน ข้อหาสำคัญคือคอรัปชั่น และ รสช. ถือโอกาสยุบสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมดและให้จัดตั้งในรูปสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจทำให้สหภาพแรงงานในการรถไฟยุบลง และออกกฎหมายใหม่ให้คนงานรัฐวิสาหกิจจัดตั้ง สมาคมฯ และให้มีรัฐวิสาหกิจละหนึ่งแห่ง นายสมศักดิ์ โกศัยสุข ได้รวบรวมรายชื่อพนักงานรถไฟฯ จัดตั้งเป็นสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เพราะมีความคิดว่าทำอย่างไรก็ได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ขอให้มีองค์กรรวมของพนักงานไปก่อนเพื่อที่สะสมรวมพลังกันต่อสู้ ขับเคลื่อนให้ได้รับสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานต่อไป

          และเมื่อเป็นสมาคมแล้วในปลายปี 2534 ก็ได้รวมตัวกับองค์กรแรงงานบางส่วนยังต่อสู้กับเผด็จการทหารที่เรียกชื่อตัวเองว่าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นำโดยพลเอกสุจินดา คราประยูร โดยร่วมกับประชาชนผู้รักประชาธิปไตย จัดตั้งสมาพันธ์ประชาธิปไตย โดยมีผู้นำ 7 คน คือ พลตรีจำลอง ศรีเมือง ศาสตราจารย์นายแพทย์สันต์ หัตถีรัตน์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ ครูประทีป อึ้งทรงธรรม นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายกสมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทยและรองเลขาธิการกลุ่มรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ขณะนั้น นางสาววิจิตราวดี วรฉัตร สื่อมวลชน ลูกสาวเรือตรีฉลาด วรฉัตร นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล เป็นแกนนำชุมนุมประชาชนนับล้านคน ขับไล่เผด็จการ รสช. ที่มีพลเอกสุจินดา คราประยูร เป็นหัวหน้าคณะ ให้พ้นไปจากอำนาจและเกิดเหตุเผด็จการฆ่าประชาชนอีกครั้ง ที่เรียกว่าเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 (พฤษภาทมิฬ) ทำให้ประเทศไทยมีบรรยากาศประชาธิปไตยอีกครั้ง และมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ ฉบับพุทธศักราช 2540

         และได้มีการเคลื่อนไหว เรียกร้องสหภาพแรงงานคืนมา โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ประสานกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ITF, ILO, ACILS, FES พร้อมพันธมิตรต่าง ๆ ผลักดันรัฐบาลให้คืนสิทธิการจัดตั้งสหภาพแรงงานให้คนงานรัฐวิสาหกิจ โดยนายสมศักดิ์ โกศัยสุข เป็นกรรมาธิการวิสามัญ สภาผู้แทนราษฎร ร่าง พ...แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ใช้เวลานานถึง 9 ปี จึงสามารถกลับมาจัดตั้งสหภาพแรงงานได้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2543 สมาคมพนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทยจึงเปลี่ยนชื่อตาม พ...แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.. 2543 เป็น สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย มีชื่อย่อว่า “สร.รฟท.” และมีดวงตราเป็นรูปฟันเฟืองและค้อนไขว้กับอีเตอร์เหมือนเดิม

ไม่มีสมาชิกไม่มีสหภาพ ไม่มีสหภาพไม่มีความเป็นธรรม

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย