7 ตุลาคม World Day of Decent Work

Decent Work 58

Decentwork5-58Decentwork6-58

Decentwork4-58

Decentwork2-58dececntwork3-58


      วันพุธที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.)ได้เข้า ร่วมงานกับ สรส.และคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) นำโดยนายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการ สรส. และ น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธาน คสรท. ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ใน “วันงานที่มีคุณค่าสากล” (Decent Work) ๗ ตุลาคมของทุกปี พร้อมกับหลายๆ ประเทศในโลก เริ่มขบวนรณรงค์จากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย – ทำเนียบรัฐบาล ประตู ๕ เพื่อยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับปัญหาและข้อเสนอของผู้ใช้แรงงาน เพื่อนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้ ใช้แรงงาน โดยมี ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นตัวแทนรับหนังสือร้องเรียน บริเวณทำเนียบรัฐบาล ประตู ๕ เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.
ด้วยวันที่ ๗ ตุลาคมของทุกปี เป็น“วันงานที่มีคุณค่า” (World Day for Decent Work) ซึ่งกำหนดโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เพื่อรณรงค์ให้เกิดการจ้างงานที่มีคุณค่าในสถานที่ทำงาน ซึ่งแรงงานทั่วโลก ต่างก็ออกทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงาน อย่างมีคุณค่า อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานที่ยั่งยืนในอนาคตต่อไป ประกอบด้วย

๑. การมีโอกาสและรายได้

๒.การมีสิทธิ

๓. การแสดงออก

๔. การได้รับการยอมรับ

๕.ความมั่นคงของครอบครัว

๖. การได้พัฒนาตนเอง

๗. การได้รับความยุติธรรม

๘.การมีความเท่าเทียมทางเพศ

สอดคล้องกับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ ๗๐ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ ๒๓ กันยายน – ๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมประชุม และมีการหารือถึงวาระการพัฒนาระดับโลกที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องดำเนินการในอีก ๑๕ ปีข้างหน้า ทั้งนี้เป้าหมายหนึ่งระบุเรื่องส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั่วถึง ยั่งยืน ส่งเสริมการจ้างงานเต็มอัตรา และการส่งเสริมงานที่มีคุณค่า เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดหลักของวาระการพัฒนาของสหประชาชาติในเรื่องการพัฒนา
ที่ยั่งยืน โดยมุ่งลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมภายใต้แนวคิดที่จะไม่ทิ้งใคร ไว้เบื้องหลัง ซึ่งสามารถเป็นหลักการในการพัฒนาประเทศไทยในฐานะประชาคมโลกเพื่อขับเคลื่อน วาระอนาคได้จริง คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) ในฐานะองค์กรแรงงาน ประกอบไปด้วย สหภาพแรงงาน สหพันธ์แรงงาน กลุ่มสหภาพแรงงาน สภาแรงงาน และองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน เครือข่ายแรงงานนอกระบบ ร่วมกับสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จัดงานในวันดังกล่าวนี้ขึ้นมาตามเจตนารมณ์ดังที่กล่าวมา
ข้อเรียกร้องวันงานที่มีคุณค่า (Decent Work) ปี ๒๕๕๘
หมวดที่ ๑ ว่าด้วยคุณภาพชีวิต
๑. ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ ๓๖๐ บาท เท่ากันทั้งประเทศ
๒. การปฏิรูประบบประกันสังคม การมีส่วนร่วม online casino อิสระ โปร่งใส ตรวจสอบได้
๓. เรื่องให้รัฐบาลจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้แก่คนงานกรณีนายจ้างเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมาย
๔. เรื่องความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน
๕. การจัดตั้งธนาคารแรงงาน
๖. ยกระดับคุ้มครองคนทำงานมาตรฐานเดียวในอาเซียน

หมวด ๒ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของคนงาน
๑. ให้รัฐบาลรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ ILO ฉบับที่ ๘๗ ว่าด้วยสิทธิ
เสรีภาพในการรวมตัว และ ฉบับที่ ๙๘ ว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพในการเจรจาต่อรอง
๒. ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งแรงงานกรณีประธานและกรรมการสหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจการบินไทยถูกผู้บริหารฟ้องเรียกค่าเสียหาย ๓๒๖ ล้านบาท รวมทั้งการละเมิดสิทธิแรงงาน อีก ๑๒ กรณี
๓. ให้มีการปฏิรูปกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ใหม่โดยให้แรงงานทุกประเภททั้งเอกชน รัฐวิสาหกิจ
๔. ราชการและอื่น ๆ อยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน (ฉบับบูรณาการของขบวนการแรงงาน)
๕. ผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม

หมวด ๓ ว่าด้วยการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ต้องไม่มีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ
การปฏิรูปรัฐวิสาหกิจต้องยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนให้เข้าถึงการบริการ
จากรัฐโดยความเท่าเทียมด้วยราคาที่เป็นธรรม หรือรัฐจัดเป็นสวัสดิการให้แก่ประชาชน ห้ามไม่ให้มีการแปรรูปโดยเด็ดขาด และยกเลิกข้อห้ามในกฎหมายทุกฉบับที่จะปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ แล้วห้ามไม่ให้มีสหภาพแรงงานเพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิแรงงานที่รุนแรงขัด ต่อหลักการปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ และหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ รวมทั้งหลักการงานที่มีคุณค่า และการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ ควรเปิดโอกาสให้สหภาพแรงงาน ภาคประชาชน พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

หมวด ๔ ว่าด้วยการมีส่วนร่วม
ผู้ใช้แรงงานที่อยู่ในวัยทำงานในสาขาอาชีพต่าง ๆ มีจำนวนถึง ๔๐ ล้านคน ถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ของสังคม ดังนั้น เมื่อรัฐบาลดำเนินการทางนโยบาย ร่างกฎหมาย ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ควรต้องให้ผู้แทนของคนงานเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการตัดสิน ใจทุกขั้นตอน
ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งทบทวนมาตรการต่าง ๆ ที่ทำให้คนงานสามารถเข้าถึงหลักการ “งานที่มีคุณค่า” มีหลักประกันให้คนงาน ให้เขาสามารถเข้าถึงหลักการได้จริง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานที่แพร่กระจายลุกลามรุนแรงขึ้น เพราะข้อเสนอทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรม ความสงบสุข สมานฉันท์ ปรองดองตามนโยบายของรัฐบาลปัจจุบันที่สามารถทำได้ทันทีในอำนาจที่มีอยู่ โดยเฉพาะการเสริมสร้างอำนาจการต่อรองให้กับคนงานให้เขาสามารถรวมตัวจัดตั้ง องค์กร ซึ่งน่าจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้สถานการณ์การละเมิดสิทธิแรงงานของประเทศ ไทยดีขึ้นและได้รับการยอมรับ และนั่นหมายถึงบทบาทของไทยในเวทีโลกในการนี้คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) จึงยื่นข้อเสนอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการแก้ไขประเด็นปัญหาที่เกิดกับ ผู้ใช้แรงงาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *