บทเรียน และ ความจริงกรณีขบวนรถไฟที่ ๔๑ และ ๘๓ ตกราง

แถลงการณ์
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)
เรื่อง บทเรียน และ ความจริงกรณีขบวนรถไฟที่ ๔๑ และ ๘๓ ตกราง
การขนส่งทางรถไฟขึ้นชื่อว่ามีความปลอดภัยสูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งด้านอื่นๆ นั้นคือความเชื่อมั่นที่ประชาชนทั่วโลกต่างให้คำจำกัดความที่เชื่อมั่น และวันนี้ความเชื่อมั่นเหล่านี้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม รวมทั้งความสะดวก สบาย ในการเดินทางโดยรถไฟถือว่าคลาสสิคที่สุด แต่สำหรับประเทศไทย โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วงระยะเวลาสองถึงสามปีที่ผ่านมาความเชื่อมั่นของประชาชนและผู้คนในสังคมดูจะลดน้อยถอยลงเป็นลำดับและที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนก็คือปริมาณของผู้โดยสารและสินค้ามีสถิติลดลงอย่างต่อเนื่อง รถช้าเสียเวลาทุกขบวนจากสภาพที่ชำรุดของรถจักร รถพ่วง และสภาพทาง รวมทั้งทางตัดเสมอระดับทางรถไฟที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันทำให้ประชาชนหันไปใช้บริการการเดินทางและการขนส่งทางเลือกด้านอื่นๆ
กรณีการตกรางของขบวนรถไฟที่ ๔๑ กรุงเทพ-ยะลา เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ น. ระหว่างสถานีช่องเขา – ร่อนพิบูลย์ จนเป็นเหตุให้ต้องปิดทางนานถึง ๑๒ ชั่วโมง ในเวลาใกล้เคียงกันขบวนรถไฟที่ ๘๓ กรุงเทพ-ตรัง ตกรางระหว่างสถานีห้วยยอด – ตรัง ต้องปิดทางนาน ถึงกว่า ๕๐ ชั่วโมง และล่าสุดรถด่วนขบวนที่ 21 เพลาล้อขาดขณะทำขบวนที่สถานีกุดจิด สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ยังคงเชื่อมั่นในการเดินทางกับการรถไฟแห่งประเทศไทย ดีที่ไม่มีความสูญเสียชีวิตของผู้โดยสาร การเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการเดินรถในสายใต้ทุกขบวน ทำให้ขาดรายได้จากการขนส่งไปเป็นจำนวนมาก ทรัพย์สินของการรถไฟแห่งประเทศไทยเสียหายนับร้อยล้านบาท และที่น่าตกใจคือในช่วงเวลา ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาในพื้นที่ดังกล่าวมีขบวนรถตกรางมาแล้ว ๕-๖ ครั้ง สาเหตุทั้งครั้งเก่าครั้งใหม่ก็คือสภาพทางทั้งรางและไม้หมอนที่ชำรุดเก่า ขาดการเอาใจใส่และซ่อมบำรุงซึ่งการซ่อมบำรุงทางในวันนี้เกือบทั้งหมดการรถไฟฯว่าจ้างเอกชน ซึ่งแน่นอนว่าจิตวิญญาณและความรับผิดชอบย่อมไม่เหมือนคนรถไฟ แต่ปฏิเสธไม่ได้แน่นอนเช่นกันว่าความไม่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพ ผู้มีหน้าที่ในการกำกับดูแลโดยเฉพาะฝ่ายบริหารทั้งระดับนโยบายและผู้ปฏิบัติการตามนโยบายระดับสูงต้องมีส่วนสำคัญในการรับผิดชอบ
คนในสังคมกำลังตั้งคำถามกับการรถไฟฯว่างบประมาณมหาศาลทั้งงบไทย(ใคร)เข้มแข็งและงบประมาณที่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลหายไปไหนทำไมไม่ดำเนินการให้ประชาชนได้ประโยชน์ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อมูลทั้งแผนงานและการดำเนินการของการรถไฟพบว่า วงเงินทั้งสิ้น ๖๖๒.๕๖ ล้านบาท แบ่งเป็นการปรับปรุงสถานีและสร้างห้องสุขาสถานี ๒๖๒.๕๖ ล้านบาทและงบปรับปรุงทางรถไฟที่ไม่ปลอดภัย ๔๐๐ ล้านบาท ซึ่งการปรับปรุงทางโดยการจัดหาพร้อมเปลี่ยนหมอนคอนกรีตอัดแรง (mono block) ระหว่างสถานีทุ่งสงถึงปากคลอง เป็นการว่าจ้างบริษัทเอกชนมูลค่าโครงการตามสัญญาจ้าง ๑๕๙.๘๙ ล้านบาทรวมอยู่ด้วย
คำถามจึงมีอยู่ว่าการเสนอเพื่อปรับปรุงสมรรถภาพของการรถไฟฯต่อรัฐแน่นอนว่าต้องเสนอโดยการรถไฟฯแล้วทำไมไม่เลือกทำในส่วนที่มันจำเป็นก่อน เช่นการปรับปรุง ทางอาณัติสัญญาณ แก้ปัญหาทางตัดเสมอระดับทางรถไฟ การจัดซื้อรถจักร รถพ่วง ใหม่แทนของเก่าที่ชำรุดเสื่อมโทรมตามกาลเวลา หรือจัดหาอุปกรณ์ อะไหล่ในการซ่อมบำรุงให้เพียงพอเพื่อการเดินรถที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ตรงต่อเวลา การปรับปรุงสถานีและห้องน้ำก็มีความสำคัญในการให้บริการแต่ต้องเลือกว่าสิ่งไหนสำคัญกว่าเพราะเท่าที่ติดตามบางสถานีห้องน้ำก็เพียงพออยู่แล้วก็ไปสร้างเพิ่ม บางสถานีแทบไม่มีใครใช้ก็สร้างเพิ่มขึ้นมาทั้งๆที่ไม่จำเป็น และคำถามที่สำคัญอีกคำถามหนึ่งก็คือว่า เรามีบทเรียนที่เจ็บปวดเพียงพอหรือยังกับการว่าจ้างบริษัทเอกชนที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ความชำนาญเครื่องมือไม่พร้อม และขาดซึ่งจิตวิญญาณการให้บริการเข้ามาทำงานแทนคนรถไฟ แล้วผู้บริหารที่เกี่ยวข้องจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ที่เห็นมีการประชุมด้านปฏิบัติการ(operating)ทุกเดือนผู้บริหารระดับสูง กลาง ทั้งจากส่วนกลาง และภูมิภาคทั่วประเทศในการประชุมมีการรายงานกันหรือไม่ อย่างไร
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.)จึงขอเรียกร้องให้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต้องทำงานอย่างโปร่งใส มีแบบแผน และเป็นกระบวนการ มีวิสัยทัศน์ แก้ปัญหาอย่างเอาการเอางานและการมีส่วนร่วมตามระบบธรรมาภิบาลจากพนักงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน และขอให้พนักงานทุกคนช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการดูแลสภาพแวดล้อมในการทำงาน สูงสุดก็คือความปลอดภัยในการเดินรถหากพบอุปกรณ์รถจักร รถพ่วง ทาง อาณัติสัญญาณอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ปลอดภัยให้แจ้งผู้เกี่ยวข้องแก้ไขทันที หรือแจ้งข้อมูลมายัง สร.รฟท.ดำเนินการให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขต่อไป
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.)
๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๓
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม 2010 เวลา 16:19 น.)

















